My Blog

My WordPress Blog

จากกรณีของพระตะวัน อิทฺธิโชโต หรือ พระอาจารย์แจ้ วัดน้อมประชาสรรค์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตอาจารย์สักยันต์ที่บวชเป็นพระได้ราว 3 พรรษา และมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันสังคมบางส่วนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในบางกรณี เช่น พิธีรดน้ำมนต์ให้ชาวบ้าน และให้ฆราวาสทำพิธีสักยันต์ในวัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซึ่งก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊ก คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี เผยคลิปของพระอาจารย์แจ้ที่ตอบคำถามลูกศิษย์ เรื่องมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นพระที่ยังหนุ่มอยู่ ยังพรรษาน้อย แต่มานั่งเสกของได้แล้วหรือ แล้วการขับเรือช่วยน้ำท่วม ทำย าแก้ CV19 มาอาบน้ำมนต์ มาสักเสกเลขยันต์ เป็นกิจของสงฆ์หรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระอาจารย์แจ้ ตอบว่า “ถ้าถามคำถามนี้นะ ต้องย้อนถามกลับไปว่า คนที่ถามทำได้อย่างกูหรือเปล่า ถ้าเกิดมาหายใจทิ้งบนสังคมบนโลกนี้ไปวัน ๆ ก็หุบปาก เอากระจกส่องหน้ารึส่องเงาตัวเองบ้าง ติคนอื่นได้ แต่ต้องติตัวเองก่อนว่าตัวเองดีขนาดไหน เกิดมาในแผ่นดินแล้ว เหยียบแผ่นดินแล้วให้หนักแผ่นดิน ทำคุณงามความดีอะไรให้กับแผ่นดินบ้าง ถ้าทำคุณงามความดี ตอบแทนคุณแผ่นดินไม่ได้ ช่วยเหลือสังคมไม่ได้ ก็อย่าไปติใครเขาเลย ถ้ารู้มาก เขาเรียกว่าคนรู้มาก สักแต่ว่ารู้แต่กูทำไม่ได้ จริงไหม จบ ดร. ลองให้มานั่งสักยันต์สิทำได้ไหม จบปริญญาเอก ปริญญาตรี มีจิตใจอาสาช่วยเหลือสังคมบ้างไหม

 และต่อมา ล่าสุด ผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า buddhistchange ได้โพสต์คลิปคำสอนพระอาจารย์แจ้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยในคลิปพระแจ้ได้บอกว่าถึงพระอาจารย์จะมาศึกษาพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งทางใจ แต่พระอรหันต์ นี่ใจของพระอาจารย์มีแค่พ่อกับแม่ จำคำพระอาจารย์ไว้ เขาบอกว่าจงยกพ่อแม่ขึ้นไว้บนเหนือหัว เอาพระพุทธเจ้ามาไว้กลางหน้า เอาครูบาที่สั่งสอนเรามาไว้ในใจแค่นั้นเอง ใครจะว่าพระอาจารย์ยังไงก็ช่าง อาจารย์ไม่สน เขาบอกนับถือทำไมอย่างนั้นอย่างนี้ พระสูงกว่าพระพุทธเจ้าท่านอรหันต์ จริงครับพระพุทธเจ้าท่านอรหันต์จริงๆ ท่านเก่งท่านรู้หลายๆอย่าง แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้เลี้ยงผม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้านนายไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ อดีตพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ไลฟ์และโพสต์ถึงพระอาจารย์แจ้เช่นกัน มีใจความตำหนิลูกศิษย์ของพระอาจารย์แจ้ที่จ้องแต่ถ่ายรูปคลิปขณะที่พระอาจารย์แจ้ไม่พร้อม เช่น แต่งกายไม่เหมาะสม และอวยเยินยอพระอาจารย์แจ้มากเกินไป นอกจากนี้อดีตพระมหาไพรวัลย์ยังได้ตำหนิพระอาจารย์แจ้ที่เคยพูดถึงพระพุทธเจ้าและพ่อแม่ เนื่องจากไม่สามารถนำมาพูดเปรียบเทียบกันได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายไพรวัลย์ วรรณบุตร บอกว่า ตนเห็นว่ากรณีของหลวงพี่แจ้เป็นอันตรายคือ 1.เนื่องจากหลักคำสอนที่หลวงพี่แจ้พูดถึงพระพุทธเจ้านั้นผิดเพี้ยนไปมาก เพราะหลวงพี่แจ้พูดว่า เคารพพ่อแม่มากกว่าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ได้เลี้ยงมา โดยการพูดแบบนี้ชี้ให้เห็นว่าหลวงพี่แจ้มีวิธีคิดแบบคนนอกศาสนา ไม่ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอน และไม่ได้ศรัทธาในพระรัตนตรัย หากหลวงพี่แจ้คิดว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้เลี้ยงดู ตนก็อยากจะให้หลวงพี่แจ้ใส่ชุดฤๅษีออกบินฑบาต ตนก็อยากจะรู้ว่าจะมีคนใส่บาตรไหม

 

 

 

 

 

 

 

 2.อาบน้ำมนต์ บางครั้งหลวงพี่แจ้ทำตัวไม่เหมาะสม แต่งกายไม่เรียบร้อย แต่ลูกศิษย์ก็ยังจะดึงดันให้หลวงพี่แจ้รดน้ำมนต์ให้ ซึ่งหลวงพี่แจ้ก็ยินยอม โดยแท้จริงแล้วการรดน้ำมนต์ไม่มีในหลักคำสอนของศาสนาพุทธ

3.พระหลายรูปเสียเพราะลูกศิษย์ ลูกศิษย์พยายามปั้นพระให้เป็นเกจิแล้วหาเงินจากพระเครื่อง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่มากมาย พระบวชใหม่ไม่ถึง 5 พรรษา เรียกว่า พระนวกะ ควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของครูบาอาจารย์ แต่ในกรณีของพระแจ้นั้นเป็นตรงข้าม

 

 

 

 

 

 

 

โดยกรณีของพระแจ้ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลววงการสงฆ์ เพราะพระบวชใหม่ไม่มีความรู้ในพระธรรม บวชเพียง 2-3 พรรษา กลับมานั่งปลุกเสกวัตถุมงคล พระหันตัวไปเป็นเดียร์ถีย์กันหมด (เดียร์ถีย์ หมายถึง พวกนอกรีต นอกธรรม นอกวินัย บวชอาศัยบารมีของพระรัตนตรัย ไม่สอนคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่นำลัทธิอื่นมาสอนชาวบ้าน) ตนคิดว่าใครจะมีความเชื่ออะไรก็แล้วแต่บุคคล แต่เมื่อบวชแล้วก็ควรประพฤติให้เหมาะสม และศึกษาหลักคำสอนของศาสนาพุทธ โดยหากหลวงพี่แจ้ยังไม่ปรับปรุงตัว ตนก็แนะนำให้สึกไปใช้ชีวิตอย่างที่อยากทำจะดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้านทนายเกิดผล บอกว่า การที่ตนแชร์คลิปเพราะตนนับถือศาสนาพุทธ ตนจึงอยากให้สังคมได้ตรวจสอบว่าที่หลวงพี่แจ้พูดนั้นเหมาะสมหรือไม่ โดยตนอยากให้หน่วยงานที่เกิดข้อง ทั้งสำนักพระพุทธศาสนา และมหาเถรสมาคม เข้าไปตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวว่าเหมาะสมหรือไม่ แล้วจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร ซึ่งหากหน่วยงานปล่อยให้เรื่องเงียบ สังคมก็จะได้รู้ว่าการกระทำของหลวงพี่แจ้นั้นเหมาะสมแล้ว พระสงฆ์รูปอื่น ๆ ก็จะได้ทราบทั่วกันว่าสามารถพูดแบบนี้ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี บอกว่า การที่พระแจ้เป็นแบบนี้ ต้องคิดถึงชาติภูมิสถาน ท่านเกิดที่อยุธยาเป็นเมืองที่มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายคน หลวงพ่อปาน หลวงพ่อจง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงพ่อกวย ถ้าเดินสายไหน ลูกไม้จะหล่นไม่ไกลต้นเหมือนพระแจ้ ชอบหลวงพ่อกวย แทนที่จะเดินตามรอยพระพุทธองค์ พุทธศาสนาต้องมีรอยเดียว แต่พระแจ้เดินตามรอยหลวงพ่อกวย องค์อื่นอย่าเอาไปเป็นหลักนำหน้า เอาไว้ด้านหลัง พระเกจิอาจารย์ต้องอายุ 80-90 ปี แต่พระแจ้ดังเพราะโซเชียล อาจจะผลักดันกันจนโด่งดัง ส่วนเรื่องสักยันต์ ทำน้ำมนต์ ถ้าเป็นเรื่องไสยศาสตร์ทำแบบโบราณถือว่าใช้ได้ ก่อนให้เครื่องลางของขลัง ต้องให้ศิษย์ถือศีลก่อน อย่าด่าพ่อล่อแม่ อย่าเป็นชู้กับเมียใคร จะทำให้ของเสื่อม เป็นเรื่องอุบาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ไม่รู้ว่าพระแจ้จะทำแบบนี้หรือไม่ การไปท้าครูบาอาจารย์ที่เป็นด็อกเตอร์มาสักยันต์แข่งกัน มองว่าเป็นกิเลส ชอบอวด ยกตนข่มท่าน สำคัญที่สุดคาดไม่รู้เพราะบวชน้อย ให้ทุกคนเรียนทำเหมือนกันหมดคงไม่ได้ ให้พระแจ้พูดภาษาอังกฤษ ตอบวิทยาศาสตร์ก็คงทำไม่ได้ ให้ด็อกเตอร์ไปสักยันต์ทำน้ำมนต์ ก็คงทำไม่ได้ แต่ถ้าทำได้ก็อาจจะไม่ทำ เพราะไม่เห็นประโยชน์ ฝากญาติโยมที่ไปสนับสนุน ระหว่างสวด สอน เสก อยากถามวาสศาสนาพุทธอยู่ในส่วนไหน อยากบอกว่า คำสอนสำคัญที่สุด ใครเอาเสกเอาสวดนำหน้ากว่าคำสอน ก็คงจะลำบาก

ขอบคุณ ข้อมูลบางส่วนจากอัมรินทร์ทีวี

morokot som ពត៌មានមកពីរ WIKI morokot សំ មរកត មរកត