My Blog

My WordPress Blog

ชายวัย 56 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเงิน 4.1 ล้านบาท โร่แจ้งความ
เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์โผล่อีก อ้างว่าผู้เสียหายเปิดบัญชีขนของหนีภาษี ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงิน 4 ล้านบาทเศษ สุดท้ายโร่แจ้งความเอาผิด

วันที่ 19 มิถุนายน 2565 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ กับคนในครอบครัว ถูกคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนเงิน สูญเสียถึง 4,000,000 บาท+ (สี่ล้านบาท) บทเรียนครั้งสำคัญ ที่ยิ่งใหญ่มาก” พร้อมทั้งมีการนำหลักฐานการโอนเงินให้กับมิจฉาชีพโพสต์ประกอบจากนั้นก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็ฯจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้เสียหายทราบชื่อคือ นายชัยรัตน์ อายุ 56 ปี 148 หมู่ 11 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งวันนี้ได้เดินทางมาที่ สภ.วิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ ที่ทำให้ตนเองต้องสูญเงินสดมากกว่า 4 ล้าน 1 แสนบาท

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2565 มีกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากร จังหวัดกระบี่ โทรศัพท์มาหาพร้อมกับอ้างว่า นายชัยรัตน์มีส่วนร่วมในการเปิดบัญชีขนของหนีภาษี โดยคำพูดของมิจฉาชีพ พูดในลักษณะขอตรวจสอบที่ไปที่มาของเงินที่มีอยู่ โดยให้ผู้เสียหายติดต่อกับทาง สภ.เมืองกระบี่ ตามที่กลุ่มมิจฉาชีพ วางแผนเอาไว้ พร้อมกำชับเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามบอกหรือเล่าเรื่องให้ใครฟังไม่เว้นแม้แต่ญาติ ซึ่งขณะนั้น นายชัยรัตน์ ตกใจมาก หลงเชื่อคำพูดของมิจฉาชีพ เพราะเงินในบัญชีมีอยู่ 4 ล้านเศษ ที่ได้มาจากการกู้ยืมจากโรงงานน้ำตาล เพื่อมาซื้อรถเครื่องจักร จึงหลงเชื่อโอนเงินจำนวน 2 ล้านบาทไปให้

ต่อมาวันที่ 18 มิถุนายน 2565 กลุ่มมิจฉาชีพ ยังติดต่อมาอีกโดยให้นายชัยรัตน์ โอนส่วนที่เหลือไปอีก 1 ล้านบาทกว่าบาท ซึ่งนายชัยรัตน์ ผู้เสียหายก็ยังหลงเชื่อ ทำธุรกรรมโอนเงิน โดยที่ไม่ยอมเล่าเรื่องนี้ให้กับทางบ้านฟัง รวมยอดเงินที่โอนไปให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มากกว่า 4 ล้าน 1 แสนบาท ซึ่งผู้เสียหายมาเอะใจตอนข้อความในไลน์ที่มิจฉาชีพทักมาหายไป จึงตัดสินใจเล่าเรื่องให้คนในครอบครัวฟัง สุดท้ายจึงพากันมาแจ้งความ โดยวันนี้ฝ่ายผู้เสียหายได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะหลักฐานของการโอนเงิน ส่วนข้อความการสนทนาส่วนใหญ่ถูกมิจฉาชีพลบไปเกือบหมดแล้ว

จากการสอบถาม นายชัยรัตน์ ถิตย์รัศมี อายุ 56 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เริ่มแรก แก๊งมิจฉาชีพโทรมาหาตน อ้างว่าตนมีส่วนร่วมในการลักลอบขนของหนีภาษีศุลกากร จ.กระบี่ พร้อมปั่นป่วนสมองจนหลงเชื่อ จากนั้นอ้างว่าจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วย ต่อมาก็ส่งไลน์มาเป็นนายตำรวจ อ้างว่าเป็น ผกก.สภ.เมืองกระบี่ อ้างว่าตนมีส่วนร่วมในการเปิดบัญชีขนของหนีภาษี ตอนนั้นก็พูดหลอกล่อให้ตนสับสน ก่อนให้แจ้งบัญชีรายการในบัญชีหลายเล่ม ยอดกว่า 4 ล้านบาท และให้โอนเงินไปให้เขาตรวจสอบทั้งหมด จึงหลงกลโอนเงินไปตามที่เขากล่าวอ้าง กระทั่งมาเริ่มรู้ตัวว่าสูญเงินกว่า 4 ล้านบาท ก็ตอนที่แช็ตที่คุยกันหายไปทั้งหมด ติดต่อก็ไม่ได้ ซึ่งปกติตนมีอาชีพเกษตรกร ทำไร่อ้อย ไร่ข้าว ซึ่งทำเยอะเพราะกู้เงินโรงงานมา สรุปสูญเงินไปทั้งหมด 4 ล้าน 1 แสนกว่าบาท โดยแก๊งมิจฉาชีพ ห้ามไม่ให้บอกใคร จึงอยากฝากเตือนทุกคน ให้ระวังถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงเช่นตน

morokot som ពត៌មានមកពីរ WIKI morokot សំ មរកត មរកត